วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันขี้เกียจแห่งชาติจริงๆ (=__=) ไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเท่าที่ควร แต่ตอนเที่ยงที่ผ่านมาเราได้ไปส่งเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่สถานีรถไฟมา เธอเดินทางกลับบ้านวันนี้ และเราก็เลยแอบไปซื้อของขวัญให้เธอเล็กน้อยเป็น Waterball เธอก็บอกเราว่า ความจริงไม่ต้องซื้อให้ก็ได้ แต่ก็นั้นแหล่ะเราอยากซื้อให้แค่นั้นเอง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกครั้ง ถึงจะเป็นการรู้จักกันสั้นๆ แค่สองสัปดาห์ แต่เราก็ประทับใจที่ได้รู้จักกับเธอ เราคิดว่าโอกาสที่จะได้พบคนที่ถูกชะตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างประเทศ มันค่อนข้างยาก เราคิดว่าเราก็อยากจะทำเท่าที่ทำได้นะแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม น้ำใจเป็นสิ่งไม่จำกัดเชื้อชาติอยู่แล้ว
เมื่อวานไปดูหนังกับเพื่อนมา เป็นหนังพายหลายภาคของ Hollywood ซึ่งเราก็ชอบนะ ตลกดีไม่มีสาระเหมือนอย่างเคย ซึ่งแน่นอนว่าเราดูเป็นภาษาเยอรมัน แปลกใจที่ตัวเองฟังได้รู้เรื่องมากขึ้น มันก็ไม่ได้รู้เรื่อง 100% ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่ฟังมันไม่ซับซ้อนก็ได้ ถ้าหากเป็นหนังสอบสวนที่ต้องใช้สมอง เราเองก็คงฟังไม่รู้เรื่อง ราคาตั๋วแพงหูดับตับไหม้ 9.50 euro เพราะเป็นวันสุดสัปดาห์ เอาเหอะตั้งแต่มาเยอรมันเพิ่งดูครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ที่เราไม่ชอบใจก็คือ บางทีหนังแบบนี้มันชอบยกตัวอย่างของประเทศอื่นมาแซวให้เค้าเสียหาย อย่างที่เราดูมา หนังก็แซวอะไรบางอย่างเกี่ยวกับฝรั่งเศส แซวแบบ Negative เรารู้สึกว่ามันก็ไม่สมควรเท่าไหร่
อากาศแย่มากๆเลยวันนี้ ฝนตกทั้งวัน ดูทางไหนก็มืดครึ้มไปหมด ดูหดหู่และสลดใจ (-__-)
ทวนภาษาเยอรมันหน่อยละกัน
Sonntag, 15. Juli 2012
Donnerstag, 12. Juli 2012
La vie en rose
ชื่อเอนทรีไม่ได้บ่งบอกว่าเรียนภาษาเยอรมันเลยนะ เหมือนเรียนภาษาฝรั่งเศสมากกว่า แต่ก็เอาเหอะถือเป็นการบันทึกความทรงจำสั้นๆระหว่างเรียนภาษาแล้วกัน
พอพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านเยอรมันหรือฝรั่งเศสแล้วเรานึกถึงอะไรบ้างกันนะ Eifel Tower นโปเลียน พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และขนมอร่อยๆ นอกนั้นเราก็แทบจะไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย แม้แต่เพื่อนในห้องแลบเราที่เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแล้วก็โตที่ฝรั่งเศสยังพูดเองเลยว่าที่ปารีสผู้คนก็ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก
เราเองก็เลยพลอยคิดไปเองว่าเราก็เลยไม่ค่อยอยากไปฝรั่งเศสเท่าไหร่ ถึงแม้มันจะอยู่ติดเยอรมันก็ตาม ปารีสเป็นเมืองที่แพง ถ้าต้องการไปต้องเก็บตังค์มากอยู่
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักเรียนสาวคนนึงมาเรียนในคลาสเรา เธอเพิ่งจบ Abitur หรือมัธยมปลายและรอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า เธอมาเรียนภาษาเพียงสองสัปดาห์และมาอยู่โคโลญจ์เพื่อซ้อมเทนนิสเท่านั้น เธอนั่งโต๊ะเดียวกับเราและใจดีมาก ผิดจากคนฝรั่งเศสที่เราจินตนาการไว้ น้องคนนี้พูดภาษาเยอรมันเก่งมากเนื่องจากเธอเรียนภาษาเยอรมันมาตั้งแต่แปดขวบ และที่เราชอบมากก็คือน้องพูดได้โดยไม่มีสำเนียงฝรั่งเศสเลย เพราะปกติคนฝรั่งเศสจะพูดติดสำเนียงมาก ทำให้ฟังยาก เราเคยฟังเลคเชอร์อาจารย์ฝรั่งเศสบรรยาย รู้สึกมึนหัวเพราะฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอฟังน้องพูดแล้วก็เลยเบาใจว่าเออฟังเค้ารู้เรื่องด้วยเว้ย แต่ก็มีบ้างที่ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเธอพูดเร็วมาก โอ้ย อยากพูดคล่องแบบนี้บ้าง T__T
เราได้มีโอกาสคุยกับเค้าบ่อย และสองวันที่ผ่านมาก็ไปเดินเล่นและนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เราว่าน้องเค้าน่ารักดี ดูเป็นผู้หญิงลุยๆ เล่นกีฬาเก่ง แต่เสียดายที่เธอต้องกลับฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้แล้ว ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆที่ได้รู้จัก แต่เราก็รู้สึกดีใจที่ได้รู้จักเค้า และถ้าเรามีโอกาสไปฝรั่งเศส เราจะไปเยี่ยมเธอแน่นอน (^___^)
อยากไปฝรั่งเศสอะ เก็บตังค์ก่อนละกัน ตอนนี้ฝันต่อไป
พอพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านเยอรมันหรือฝรั่งเศสแล้วเรานึกถึงอะไรบ้างกันนะ Eifel Tower นโปเลียน พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และขนมอร่อยๆ นอกนั้นเราก็แทบจะไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย แม้แต่เพื่อนในห้องแลบเราที่เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแล้วก็โตที่ฝรั่งเศสยังพูดเองเลยว่าที่ปารีสผู้คนก็ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก
เราเองก็เลยพลอยคิดไปเองว่าเราก็เลยไม่ค่อยอยากไปฝรั่งเศสเท่าไหร่ ถึงแม้มันจะอยู่ติดเยอรมันก็ตาม ปารีสเป็นเมืองที่แพง ถ้าต้องการไปต้องเก็บตังค์มากอยู่
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักเรียนสาวคนนึงมาเรียนในคลาสเรา เธอเพิ่งจบ Abitur หรือมัธยมปลายและรอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า เธอมาเรียนภาษาเพียงสองสัปดาห์และมาอยู่โคโลญจ์เพื่อซ้อมเทนนิสเท่านั้น เธอนั่งโต๊ะเดียวกับเราและใจดีมาก ผิดจากคนฝรั่งเศสที่เราจินตนาการไว้ น้องคนนี้พูดภาษาเยอรมันเก่งมากเนื่องจากเธอเรียนภาษาเยอรมันมาตั้งแต่แปดขวบ และที่เราชอบมากก็คือน้องพูดได้โดยไม่มีสำเนียงฝรั่งเศสเลย เพราะปกติคนฝรั่งเศสจะพูดติดสำเนียงมาก ทำให้ฟังยาก เราเคยฟังเลคเชอร์อาจารย์ฝรั่งเศสบรรยาย รู้สึกมึนหัวเพราะฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอฟังน้องพูดแล้วก็เลยเบาใจว่าเออฟังเค้ารู้เรื่องด้วยเว้ย แต่ก็มีบ้างที่ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเธอพูดเร็วมาก โอ้ย อยากพูดคล่องแบบนี้บ้าง T__T
เราได้มีโอกาสคุยกับเค้าบ่อย และสองวันที่ผ่านมาก็ไปเดินเล่นและนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เราว่าน้องเค้าน่ารักดี ดูเป็นผู้หญิงลุยๆ เล่นกีฬาเก่ง แต่เสียดายที่เธอต้องกลับฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้แล้ว ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆที่ได้รู้จัก แต่เราก็รู้สึกดีใจที่ได้รู้จักเค้า และถ้าเรามีโอกาสไปฝรั่งเศส เราจะไปเยี่ยมเธอแน่นอน (^___^)
อยากไปฝรั่งเศสอะ เก็บตังค์ก่อนละกัน ตอนนี้ฝันต่อไป
Montag, 2. Juli 2012
ผัดเผ็ดหน่อไม้ ผลไม้ต้อนรับ Sommer und Herzlichen Glückwunsch
ความจริงบล็อกนี้ควรจะอัพตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว แต่เนื่องจากความขี้เกียจและเวิ่นเว้อของข้าพเจ้าจึงต้องมาอัพเอาในสัปดาห์นี้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่อัพล่ะนะ (=w=)
ตามหัวข้อเลย หัวข้อดูเยอะแยะ เนื่องจากมีหลายเรื่องที่อยากเขียน เรื่องแรกก็คือเรื่องการทำอาหาร อยู่ๆก็อยากกินผัดเผ็ดหน่อไม้ เราเลยโทรศัพท์ไปถามสูตรแม่ ส่วนผสมต่างๆที่ต้องใช้มีดังนี้
1. เนื้อไก่
2. หน่อไม้ปี๊บ ที่เราใช้ในครั้งนี้เป็นแบบที่ไม่เปรี้ยว
3. ใบมะกรูดฉีก
4. พริกแดงหั่นแบบเฉียงๆ
5. กระทิกล่อง
6. น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาลหรือ วัสดุปรุงรสอื่นๆตามใจชอบ
7. พริกแกงแดงสำหรับทำแกงเผ็ด เราใช้ของแม่พลอย
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดพริกแกงกับกระทิประมาณครึ่งกล่อง ผัดจนหอมและกระทิแตกมัน
3. จากนั้นเมื่อเนื้อไก่สุกดีแล้วให้เติมกระทิอีกครึ่งกล่องลงไปอีก คนให้เข้ากัน จากนั้นเติมหน่อไม้ลงไปประมาณครึ่งถุง
4. ใส่ใบมะกรูดและพริกแดงลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือน้ำตาลตามใจชอบ ผัดจนทุกอย่างสุกก็เป็นอันเสร็จ
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน อร่อยมาก เคล็ดลับของแม่เราคือไม่จำเป็นต้องผัดพริกแกงกับน้ำมัน ใช้แค่กระทิก็พอ เพราะแค่ความมันของกระทิก็เพียงพอ นอกจากนี้เรายังไม่ใส่น้ำตาล เพราะได้ความหวานจากกระทิอยู่แล้ว
รสชาติอร่อยจัดจ้าน พูดแล้วน้ำลายไหลอยากทำกินอีกรอบ ^__^ วันถัดมาเราทำไก่ทอดน้ำปลา รสชาติก็โอเคนะ
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาไปกินบุฟเฟต์อาหารเอเชียมา ได้ไปกินของอร่อยหลายอย่างดังรูป โดยเฉพาะเป็ดอร่อยมาก เสียดายที่ไม่ได้ล้างท้องเพื่อนกินบุฟเฟ่ต์ จึงกินไปแค่จานเดียว ราคาก็ไม่แพงเว่อร์ แต่ก็เปลืองเงินอยู่ เอาเหอะ ไม่ได้กินบ่อยเนอะ
ช่วงนี้เชอร์รี่มีขายมากมาย จึงต้องสอยมากิน อร่อยมาก เราชอบรสชาติของเชอร์รี่ที่หวานช่ำมาก รอสัปดาห์หน้าก่อนนะจ๊ะ น้องเชอร์รี่ ตอนนี้ต้องจัดการน้องแอปเปิ้ลเขียวให้หมดก่อน
นอกจากนี้ยังไปซื้อไอติมมาแช่ช่องฟรีซเอาไว้ กินตอนอากาศร้อนมีความสุขสุดๆ รสนี้อร่อยดีและที่สำคัญเป็นไอติมผลไม้ จึงไม่น่าจะทำให้อ้วนมาก
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับข่าวดีจากเพื่อนว่าได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ดีใจกับเพื่อนมากและอยากจะบอกว่า ยินดีด้วยจ้า Herzlichen Glückwunsch จากนี้แกคงต้องเจออะไรอีกมากมาย แต่เราจะเป็นกำลังใจให้แกเสมอนะ
วันเสาร์ที่ผ่านมาไปเยี่ยมพี่ที่ Dortmund เราจึงนั่ง RE1 ไปอย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยคือไม่ได้นั่ง ต้องยืน เพราะคนแน่นมาก เราคิดว่าคงมีงานอะไรสักอย่างที่ Duisburg เพราะ คนลงสถานนี้นั้นเยอะมาก แต่เมื่อไปถึง Dortmund คนก็เยอะเช่นกัน Bahnhof เหมือนจะแตกได้ ถ้ามันเป็นลูกโป่ง และแล้วเราก็นึกได้ว่าแถว Ruhrgebiet วันที่ 30 มันมีงาน Die Nacht der Industriekultur มิน่าคนเยอะได้โล่จริงๆ (=__=)
แต่การไป Dortmund ครั้งนี้ได้ไปสอยของต่างๆมา อันดับแรกชอบมากคือ set ของ Biotherm ลดราคา อยากได้มานานแล้ว ^___^
อย่างที่สองคือกระเป๋าสตางค์ของ Dekine ซึ่งเป็นยี่ห้อที่เราเห็นคนที่นี่ใช้กันเยอะพอสมควร ที่ภูมิใจก็คือได้มาในราคาที่ถูกกว่า shop ในอินเตอร์เน็ต แต่อันนี้เราซื้อไปฝากเพื่อนนะ
อัฟเดตล่าสุดวันนี้คือไปได้หนังสือใหม่มา เป็นหนังสือท่องเที่ยว Eifel เป็น Nationalpark ที่เราอยากลองไปซักครั้ง ต้องลองอ่านดูก่อนว่าจะเดินที่ไหนได้บ้าง ขอแบบง่ายๆก่อนแล้วกันน้า
ขอจบเอนทรี่นี้ก่อนนะ จะไปทำกับข้าวกินแล้วจ้า
ตามหัวข้อเลย หัวข้อดูเยอะแยะ เนื่องจากมีหลายเรื่องที่อยากเขียน เรื่องแรกก็คือเรื่องการทำอาหาร อยู่ๆก็อยากกินผัดเผ็ดหน่อไม้ เราเลยโทรศัพท์ไปถามสูตรแม่ ส่วนผสมต่างๆที่ต้องใช้มีดังนี้
1. เนื้อไก่
2. หน่อไม้ปี๊บ ที่เราใช้ในครั้งนี้เป็นแบบที่ไม่เปรี้ยว
3. ใบมะกรูดฉีก
4. พริกแดงหั่นแบบเฉียงๆ
5. กระทิกล่อง
6. น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาลหรือ วัสดุปรุงรสอื่นๆตามใจชอบ
7. พริกแกงแดงสำหรับทำแกงเผ็ด เราใช้ของแม่พลอย
ขั้นตอนการทำ
1. ผัดพริกแกงกับกระทิประมาณครึ่งกล่อง ผัดจนหอมและกระทิแตกมัน
2. จากนั้นให้ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้เข้ากับพริกแกง
4. ใส่ใบมะกรูดและพริกแดงลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือน้ำตาลตามใจชอบ ผัดจนทุกอย่างสุกก็เป็นอันเสร็จ
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน อร่อยมาก เคล็ดลับของแม่เราคือไม่จำเป็นต้องผัดพริกแกงกับน้ำมัน ใช้แค่กระทิก็พอ เพราะแค่ความมันของกระทิก็เพียงพอ นอกจากนี้เรายังไม่ใส่น้ำตาล เพราะได้ความหวานจากกระทิอยู่แล้ว
ภาพเบลอจัด เพราะกล้องเก่ามาก ถ่ายในที่แสงน้อยได้ไม่ค่อยดีนัก
ช่วงนี้เชอร์รี่มีขายมากมาย จึงต้องสอยมากิน อร่อยมาก เราชอบรสชาติของเชอร์รี่ที่หวานช่ำมาก รอสัปดาห์หน้าก่อนนะจ๊ะ น้องเชอร์รี่ ตอนนี้ต้องจัดการน้องแอปเปิ้ลเขียวให้หมดก่อน
นอกจากนี้ยังไปซื้อไอติมมาแช่ช่องฟรีซเอาไว้ กินตอนอากาศร้อนมีความสุขสุดๆ รสนี้อร่อยดีและที่สำคัญเป็นไอติมผลไม้ จึงไม่น่าจะทำให้อ้วนมาก
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับข่าวดีจากเพื่อนว่าได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ดีใจกับเพื่อนมากและอยากจะบอกว่า ยินดีด้วยจ้า Herzlichen Glückwunsch จากนี้แกคงต้องเจออะไรอีกมากมาย แต่เราจะเป็นกำลังใจให้แกเสมอนะ
วันเสาร์ที่ผ่านมาไปเยี่ยมพี่ที่ Dortmund เราจึงนั่ง RE1 ไปอย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยคือไม่ได้นั่ง ต้องยืน เพราะคนแน่นมาก เราคิดว่าคงมีงานอะไรสักอย่างที่ Duisburg เพราะ คนลงสถานนี้นั้นเยอะมาก แต่เมื่อไปถึง Dortmund คนก็เยอะเช่นกัน Bahnhof เหมือนจะแตกได้ ถ้ามันเป็นลูกโป่ง และแล้วเราก็นึกได้ว่าแถว Ruhrgebiet วันที่ 30 มันมีงาน Die Nacht der Industriekultur มิน่าคนเยอะได้โล่จริงๆ (=__=)
แต่การไป Dortmund ครั้งนี้ได้ไปสอยของต่างๆมา อันดับแรกชอบมากคือ set ของ Biotherm ลดราคา อยากได้มานานแล้ว ^___^
อย่างที่สองคือกระเป๋าสตางค์ของ Dekine ซึ่งเป็นยี่ห้อที่เราเห็นคนที่นี่ใช้กันเยอะพอสมควร ที่ภูมิใจก็คือได้มาในราคาที่ถูกกว่า shop ในอินเตอร์เน็ต แต่อันนี้เราซื้อไปฝากเพื่อนนะ
อัฟเดตล่าสุดวันนี้คือไปได้หนังสือใหม่มา เป็นหนังสือท่องเที่ยว Eifel เป็น Nationalpark ที่เราอยากลองไปซักครั้ง ต้องลองอ่านดูก่อนว่าจะเดินที่ไหนได้บ้าง ขอแบบง่ายๆก่อนแล้วกันน้า
ขอจบเอนทรี่นี้ก่อนนะ จะไปทำกับข้าวกินแล้วจ้า
จุดมุ่งหมายของชีวิตเรา
ความตั้งใจที่จะอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่เลย เลยคิดว่าเมื่อมีเวลาว่างจริงๆ ค่อยอัพแล้วกัน ไม่อยากกดดันตัวเองว่าต้องอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอ เพราะเรารู้ธรรมชาติของตัวเราดีว่ายิ่งเรากดดันตัวเอง ยิ่งเครียดและกลายเป็นว่าไม่อยากจะทำเสียเลยทีเดียว
วันนี้แอบซุ่มซ่ามไปทำแก้วเบียร์แตก แตกคามือเลยทีเดียว ดีที่แก้วมันไม่ตกใส่หัว เลือดออกออกนิดหน่อย เราไม่ค่อยรู้สึกกลัวหรือสยองเท่าไหร่เวลาที่เห็นเลือด อาจเป็นเพราะว่าดูหนังสยองขวัญเลือดสาดบ่อยๆ จนคิดว่าเลือดไหลแค่นี้มันเล็กน้อยมาก นอกจากนี้บางทีเราก็ชอบดูวิดีโออสุภะ ซึ่งบางคนขยะแขยงเสียจนไม่กล้าดู แต่เรากลับคิดว่าดีเสียอีกรู้สึกปลง บางทีคนเราก็แปลกนะ ให้ความสำคัญกับเนื้อหนังที่ห่อหุ้มเลือด เครื่องใน และโครงกระดูก มากจนเกินควร ทั้งที่ตอนตายแล้วสภาพศพไม่มีความสวยงามหลงเหลืออยู่หรอก ต่อให้ตอนมีชีวิตอยู่จะงดงามมากแค่ไหนก็ตาม ตอนตาย สภาพศพเป็นอย่างไรบ้าง ขึ้นอืด หนอนไชยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ยิ่งถ้าตายโหงด้วยอุบัติเหตุละก็ยิ่งสยอง ต่อให้รักมากแค่ไหนก็กอดกันไม่ลงหรอก
การตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร เราคิดว่าการที่คนเราระลึกถึงความตายบ้างจะทำให้เราไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท ชีวิตของคนจะว่าไปแล้วมันก็เปราะบางเหมือนแก้ว มีความแตกสลายได้อย่างง่ายดาย บางทีเราก็รู้สึกนะว่าไม่ได้กลัวตายอะไร แต่เรามักจะจินตนาการว่าถ้าเราตายไปจริงๆ คนที่เค้าอยู่เบื้องหลังเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ พ่อกับแม่คงแทบหัวใจสลาย ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะให้ลูกจากโลกนี้ไปก่อนตน อีกทั้งเพื่อนพี่น้องคนรอบๆตัวที่รักเราอีกมากมาย และกว่าเราจะเติบโตได้ขนาดนี้ต้องใช้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า น้ำมัน แม้แต่หนังสือก็ทำมาจากต้นไม้น้อยใหญ่ไม่รู้ต่อกี่ต้น แล้วเราจะยอมตายง่ายๆโดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนบุญุคุญของสิ่งต่างๆที่หล่อเลี้ยงเรามาอย่างนั้นน่ะหรือ
เราไม่ยอม! เราต้องดูแลตัวเองให้ดี คอยระมัดระวังไม่เอาตนเองไปทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป และยังต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกิน เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ไปให้นานที่สุด และได้ทำหน้าที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม ดูแลพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้คนที่ต่างเคยช่วยเหลือเรา หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับเราก็ตาม หากเราอยู่ในฐานะที่พอจะทำอะไรให้คนอื่นได้ก็ควรทำ
ที่สำคัญสุดเราต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนให้สมบูรณ์ และบรรลุจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือการละกิเลสโดยสิ้นเชิง ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกินในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสื่งยั่วเย้ามากมาย แต่เราก็ไม่อยากที่จะถอดใจ เราดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ซึ่งแค่นี้ก็เป็นความโชคดีอย่างล้นพ้นของชีวิต เราเคยได้ยินว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก และการที่ได้มาพบกับศาสนาพุทธก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าชาติหน้าจะได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือเปล่า แต่ในเมื่อปัจจุบันเราเป็นมนุษย์เราต้องทำปัจจุบันให้ดีสุด จะได้ไม่เสียชาติเกิด (เพิ่งมาเข้าใจความหมายของประโยคนี้ตอนที่เราศึกษาพระพุทธศาสนาเรื่องนี้อย่างจริงจัง)
ดังนั้นเราขอใช้บล็อกนี้เตือนใจตัวเองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรารู้ตัวดีเสมอว่าหน้าที่ทางโลกเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้บางครั้งจะไม่อยากแต่ก็ต้องทำ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือหน้าที่ทางธรรมะที่จะต้องทำควบคู่กันไป เรานึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสเสมอที่ว่า ธรรมะคือหน้าที่ เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับหน้าที่ทางโลกได้ เราจะเดินไปสู่ทางที่เราตั้งใจ แม้มันจะช้าหรือยาวนานก็ตามบางทีการเดินทาง เราควรจะหยุดและศึกษาสิ่งรอบข้างเพื่อให้ได้ประสบการณ์ ถึงแม้มันจะใช้เวลานานกว่าการตั้งใจเดินทางโดยไม่หยุดพัก แต่เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ดังสุภาษิตไทยที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม (Langsam, aber sicher)
วันนี้แอบซุ่มซ่ามไปทำแก้วเบียร์แตก แตกคามือเลยทีเดียว ดีที่แก้วมันไม่ตกใส่หัว เลือดออกออกนิดหน่อย เราไม่ค่อยรู้สึกกลัวหรือสยองเท่าไหร่เวลาที่เห็นเลือด อาจเป็นเพราะว่าดูหนังสยองขวัญเลือดสาดบ่อยๆ จนคิดว่าเลือดไหลแค่นี้มันเล็กน้อยมาก นอกจากนี้บางทีเราก็ชอบดูวิดีโออสุภะ ซึ่งบางคนขยะแขยงเสียจนไม่กล้าดู แต่เรากลับคิดว่าดีเสียอีกรู้สึกปลง บางทีคนเราก็แปลกนะ ให้ความสำคัญกับเนื้อหนังที่ห่อหุ้มเลือด เครื่องใน และโครงกระดูก มากจนเกินควร ทั้งที่ตอนตายแล้วสภาพศพไม่มีความสวยงามหลงเหลืออยู่หรอก ต่อให้ตอนมีชีวิตอยู่จะงดงามมากแค่ไหนก็ตาม ตอนตาย สภาพศพเป็นอย่างไรบ้าง ขึ้นอืด หนอนไชยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ยิ่งถ้าตายโหงด้วยอุบัติเหตุละก็ยิ่งสยอง ต่อให้รักมากแค่ไหนก็กอดกันไม่ลงหรอก
การตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร เราคิดว่าการที่คนเราระลึกถึงความตายบ้างจะทำให้เราไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท ชีวิตของคนจะว่าไปแล้วมันก็เปราะบางเหมือนแก้ว มีความแตกสลายได้อย่างง่ายดาย บางทีเราก็รู้สึกนะว่าไม่ได้กลัวตายอะไร แต่เรามักจะจินตนาการว่าถ้าเราตายไปจริงๆ คนที่เค้าอยู่เบื้องหลังเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ พ่อกับแม่คงแทบหัวใจสลาย ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะให้ลูกจากโลกนี้ไปก่อนตน อีกทั้งเพื่อนพี่น้องคนรอบๆตัวที่รักเราอีกมากมาย และกว่าเราจะเติบโตได้ขนาดนี้ต้องใช้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า น้ำมัน แม้แต่หนังสือก็ทำมาจากต้นไม้น้อยใหญ่ไม่รู้ต่อกี่ต้น แล้วเราจะยอมตายง่ายๆโดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนบุญุคุญของสิ่งต่างๆที่หล่อเลี้ยงเรามาอย่างนั้นน่ะหรือ
เราไม่ยอม! เราต้องดูแลตัวเองให้ดี คอยระมัดระวังไม่เอาตนเองไปทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป และยังต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกิน เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ไปให้นานที่สุด และได้ทำหน้าที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม ดูแลพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้คนที่ต่างเคยช่วยเหลือเรา หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับเราก็ตาม หากเราอยู่ในฐานะที่พอจะทำอะไรให้คนอื่นได้ก็ควรทำ
ที่สำคัญสุดเราต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนให้สมบูรณ์ และบรรลุจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือการละกิเลสโดยสิ้นเชิง ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกินในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสื่งยั่วเย้ามากมาย แต่เราก็ไม่อยากที่จะถอดใจ เราดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ซึ่งแค่นี้ก็เป็นความโชคดีอย่างล้นพ้นของชีวิต เราเคยได้ยินว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก และการที่ได้มาพบกับศาสนาพุทธก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าชาติหน้าจะได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือเปล่า แต่ในเมื่อปัจจุบันเราเป็นมนุษย์เราต้องทำปัจจุบันให้ดีสุด จะได้ไม่เสียชาติเกิด (เพิ่งมาเข้าใจความหมายของประโยคนี้ตอนที่เราศึกษาพระพุทธศาสนาเรื่องนี้อย่างจริงจัง)
ดังนั้นเราขอใช้บล็อกนี้เตือนใจตัวเองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรารู้ตัวดีเสมอว่าหน้าที่ทางโลกเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้บางครั้งจะไม่อยากแต่ก็ต้องทำ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือหน้าที่ทางธรรมะที่จะต้องทำควบคู่กันไป เรานึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสเสมอที่ว่า ธรรมะคือหน้าที่ เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับหน้าที่ทางโลกได้ เราจะเดินไปสู่ทางที่เราตั้งใจ แม้มันจะช้าหรือยาวนานก็ตามบางทีการเดินทาง เราควรจะหยุดและศึกษาสิ่งรอบข้างเพื่อให้ได้ประสบการณ์ ถึงแม้มันจะใช้เวลานานกว่าการตั้งใจเดินทางโดยไม่หยุดพัก แต่เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ดังสุภาษิตไทยที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม (Langsam, aber sicher)
Abonnieren
Kommentare (Atom)







