Freitag, 29. Juni 2012

ทำได้ดีแล้ว ทีมชาติเยอรมัน T__T

ความจริงวันนี้ก็เป็นแค่วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง เป็นวันศุกร์เสียด้วย  เราน่าจะมีความสุขกว่านี้  วันนี้ตื่นเช้าเดินทางมาเรียนด้วยรถแทรมตามปกติ   แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ บรรยากาศและรังสีของความหดหู่ที่อยู่ในรถ คนเยอรมันที่ปกติก็เงียบๆกันอยู่แล้ว ก็ดูอึมครึมยิ่งกว่าปกติ เพราะอะไร.......    คงจะสืบเนื่องมาจากบอลรอบรองชนะเลิศของเมื่อวาน หรือ Halbfinale ที่เป็นเป็นการดวลฝีเท้ากันโดยมีตั๋วชิงแชมป์เป็นเดิมพันระหว่างเยอรมันและอิตาลี  ศึกครั้งนี้มีสเปนไปรอก่อนในรอบชิงชนะเลิศก่อนแล้ว  แล้วสกอร์ก็จบโดยที่อินทรีเหล็กต้องปีกหักแพ้อิตาลี ด้วยสกอร์ 1-2 ซึ่งอิตาลีก็เล่นได้ดีจริงๆ  เราเองตอนที่อิตาลีนำ 2-0 ก็ถึงก็ต้องปิดทีวีในนาทีที่ 89 เพราะทนดูไม่ได้  สงสารเยอรมันมาก  แต่ก็ยังดีที่เยอรมันยังยิงได้อีกลูกนึง




หลายคนอาจทราบกันดีว่าช่วงปีที่ผ่านมาเยอรมันเป็นทีมที่การเล่นที่เป็นแบบแผน มีระบบ และแข็งแกร่ง  และผ่านเข้ามาถึงรอบลึกๆ ได้ด้วยสกอร์ที่สวยงาม  แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปเป็นแชมป์ได้สักที บอลโลกสองครั้งที่ผ่านมาเยอรมันครองตำแหน่งที่สาม  ส่วนบอลยูโรรอบที่ผ่านมาเยอรมันก็ได้ที่สอง


สำหรับคนที่เชียร์เยอรมันมาตั้งแต่สมัยที่โอลิเวอร์ คาห์น ตั้งแต่ปี 2002 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราประทับใจสไตล์การเล่นของเยอรมันมาก แล้วก็เชียร์มาตลอด   แต่ผลการแข่งขันเมื่อวานก็ดับความฝันของทีมและแฟนทันที เราไม่ได้ไปต่อ   มันคงจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับทีมที่เข้าใกล้สู่ตำแหน่งแชมป์ได้บ่อยครั้งอย่างเยอรมัน  แต่ก็ไม่อาจไปถึงจุดนั้นได้สักที  ขนาดเราไม่ใช่แฟนแบบตัวจริงอะไรมากมาย  แต่ก็เชียร์เยอรมันมาตลอด  ก็อดที่จะมีความรู้สึกร่วมไม่ได้  วันนี้ที่โคโลญจ์ก็มืดครึ้ม  ฝนตก  อากาศแย่มาก คงจะสอดคล้องกับอารมณ์ของคนเยอรมันในวันนี้ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอเชียร์เยอรมันเข้ารอบชิง แต่มันก็ไม่มีวันนั้น




แต่เนื่องจากทีมชาติเยอรมันชุดนี้อายุก็ยังน้อยๆ กันอยู่  อายุเฉลี่ยของทีมอยู่ที่ประมาณ 24 ปีเท่านั้น  อีกสองปีข้างหน้าจะมีบอลโลก  เราก็ยังคงจะเชียร์อินทรีเหล็กต่อไป  ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรก็ตาม  ในใจของเราก็คิดอยู่เสมอว่า พวกคุณยอดเยี่ยมเสมอ Ihr seid immer super!




Sonntag, 24. Juni 2012

Beethovenpark

Es gibt einen großen schönen Park in der Nähe von meiner Wohnung. Der Park heißt "Beethovenpark". ข้างๆที่พักของเรา มีสวนขนาดใหญ่มากๆ ที่เรามักจะชอบไปเดินออกกำลังกายเล่น  ในวันที่อากาศดี มีแดดส่อง จะมีผู้คนมากมายออกทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิ่งจ็อกกิ้ง พาลูกน้อยมาเล่นกับเพื่อนที่สนามเด็กเล่น (Das Spielplatz) บางคนก็พาหมามาเดินเล่น  มาขี่จักรยาน  นอกจากนี้ในสวนแห่งนี้ยังมีทะเลสาบเล็กๆอยู่ตรงกลางอีกด้วย

 ทางเดินในสวน


 ทะเลสาบ

 ต้นไม้ที่เรียงเป็นแนวระหว่างทางเดิน



 บางครั้งก็จะเห็นหงส์หากินอยู่ที่ทะเลสาบ

 ยามเมื่อแสงอาทิตย์สาดสองลงมายังทะเลสาบ

ม้านั่งริมทะลสาบที่มีไว้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

 มุมนี้ถ่ายจากสะพาน





 เป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลายที่เราเห็นสีเขียวของต้นไม้

 
 เราจะได้เห็นสัตว์หลายชนิดที่ออกมาหากินและใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดของฤดูร้อนที่สดใส




 และผู้คนมากมายต่างพากันชื่นมื่นเริงรื่นกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา


แม้แต่ยามที่ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้มมากมาย  พระอาทิตย์ก็ยังพยายามจะหยิบยื่นความอบอุ่นให้กับเรา 






ทิวทัศน์เหล่านี้เหมือนราวกับจะกระซิบบอกเราว่า แม้ชีวิตจะดูมืดหม่นและเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เราก็ต้องอดทนจนกว่าจะมีแสงที่จะส่องให้ชีวิตของเรามีความหวังอีกครั้ง

กลับมาจากสวนก็กินข้าวแกงกะหรี่ซ้ำอีกแล้ว แต่มีไข่ต้มแบบที่เป็นยางเล็กน้อย  เคล็ดลับคือ การใส่แป้งมันลงไป แป้งมันจะไปทำให้ไข่ได้รับความร้อนอย่างช้าๆ ทำให้ไข่สุกยากขึ้น

 


 Auf dem Weg
Ich wünsch dir, dass du immer wohlbehalten dein Ziel erreichst.Vor allem aber wünsch ich dir, dass du den Weg dorthin genießen kannst,das du staunen kannst über all das Neue, dass du dich freuen kannst über all die Begegnungen und Entdeckungen, die du unterwegs machen wirst.


 Ein Freund
ist jemand, mit dem du auf der Veranda sitzen kannst ohne zu reden und wenn du gehst, das Gefühl hast, es war die beste Unterhaltung, die du jemals hattest.

วันนี้ไปสอยโปสการ์ดมาสองใบ ที่ตั้งใจจะเขียนให้เพื่อน ความหมายของข้อความที่อยู่ในโปสการ์ดดีเป็นกำลังใจให้เพื่อนได้   


คิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆที่อยู่กันคนละฟากฟ้า  แต่ไม่เป็นไรยังไงเราก็ยังอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน


ขอบฟ้า-เจี๊ยบ วรรธนา


   
   

   






Freitag, 22. Juni 2012

มาทำแกงกะหรี่กับต้มยำปลาแซลมอนกันเถอะ (^__^)

เนื่องจากคอร์สเรียนภาษาของเราเรื่มเรียนตั้งแต่ 8.45 - 13.00 น. เราจึงมักจะใช้เวลาช่วงบ่ายไปหาซื้อของจาก Supermarkt มาทำกับข้าวกินตอนเย็น  สัปดาห์ที่ผ่านมาไป  เราไปได้ของดีจากร้านเอเชียมา นั่นก็คือ แกงกะหรี่ก้อนนำเข้าจากญี่ปุ่น  เราก็เลยมีโอกาสได้ลองทำแกงกะหรี่เองเป็นครั้งแรก  ที่มาของสูตรเราได้มาจาก Blog ของคุณเต่าญี่ปุ่นจาก Bloggang และสูตรจาก  www.duetdiary.com    ใครที่สนใจรายละเอียด  ให้ไปเสิร์ชดูเอาเองนะคะ


มาดูกันดีกว่าว่า  ทำแกงกะหรี่ต้องใช้อะไรบ้าง

1. มันฝรั่ง ให้ปอกเปลือกและหั่นขนาดพอดีคำ  
2. แครอท  ปอกเปลือกและหั่นให้พอดีคำเช่นกัน  แต่ควรหั่นให้มีขนาดเล็กกว่ามันฝรั่ง เพราะแครอทจะสุกยากกว่ามันฝรั่ง  เมื่อต้มเสร็จทั้งแครอทและมันฝรั่งจะได้สุกพร้อมๆกัน
3. หัวหอมใหญ่  ปอกเปลือกและล้างให้สะอาด จากนั้นให้หั่นเป็น 8 ซีกให้มีขนาดใกล้เคียงกัน
4. แอปเปิ้ล  ปอกเปลือกและใช้มีดหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆ  ปริมาณแอปเปิ้ลที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ทำชอบกินหวานมากแค่ไหน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ


5. เนื้อที่ใช้จะเป็นหมูหรือเนื้อวัวก็ได้  เราใช้หมูส่วนที่เรียกว่า chop (das Kotelett) ก็คือเนื้อหมูทั่วไป แต่เราจะหมักหมูด้วยซีอิ๊วขาว และเติมแป้งมันลงไปเล็กน้อย  แล้วก็แช่ตู้เย็นทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก่อนนำมาผัด


6. ก้อนทำแกงกะหรี่นำเข้าจากญี่ปุ่น  หากใช้ไม่หมดในครั้งแรก ควรใส่ตู้เย็นเพื่อเก็บไว้ใช้ในครั้งต่อไป


7. นมสด




เมื่อเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็มาลงมือทำกันเลย ^__^

ขั้นแรก

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกว่าๆ เมื่อน้ำมันร้อน จึงใส่หัวหอมใหญ่ ผัดลงกับน้ำมันให้ทั่วจนหอม แล้วจึงใส่หมูลงไป  ผัดหมูกับน้ำมันจนสุก (อย่าให้ถึงขนาดสุกจนเกรียม) จากนั้นก็ใส่แครอทและมันฝรั่งเป็นอย่างสุดท้าย  คลุกส่วนผสมทุกอย่างกับน้ำมันให้ทั่ว

ขั้นที่สอง

ให้ย้ายส่วนผสมทั้งหมดจากกระทะลงหม้อ  เติมน้ำประมาณ 450 มิลลิลิตรและเติมน้ำประมาณ 50 มิลลิลิตรลงไปในหม้อ  ใส่แอปเปิ้ลสับลงไป  ให้ต้มโดยใช้ความร้อนปานกลาง  จากนั้นจึงใช้ไฟอ่อน  ระหว่างนี้ควรช้อนฟองที่เป็นสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปเรื่อยๆ ด้วย เมื่อส่วนผสมทุกอย่างสุกได้ที่  ก็ให้ปิดเตา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ความร้อนลดลงเล็กน้อย 
 


 ขั้นที่สาม  เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก  คือการใส่ก้อนแกงกะหรี่ ควรหั่นหรือบี้ให้เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงไปในแกงและคนจนกว่าจะละลาย  ให้ชิมว่าได้รสชาติที่พอใจแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่เข้มข้นพอให้เติมก้อนแกงลงไปจนกว่าจะได้รสชาติที่พอใจ




สุดท้าย เปิดเตาอีกครั้ง จากนั้นก็ให้เคี่ยวไปเรื่อยๆ และที่สำคัญควรหมั่นคนบ่อยๆ เพื่อที่แกงของเราจะได้ไม่ไหม้หรือหม้อนั่นเอง 
 

สุดท้ายเราก็ได้แกงกะหรี่สุดอร่อย ที่ทำได้ง่ายๆ
 

เข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ 


 คราวนี้มาทำต้มยำปลาแซลมอลดีกว่า

ความจริงมันก็ได้มีความพิเศษเหนือต้มยำปลาอะไร  ก็คือเหมือนต้มยำปลาทั่วไป  แต่ที่เยอรมัน เราจะหาซื้อปลาแซลมอลได้ง่ายมากตาม Supermarkt ทั่วไป  ส่วนวัตถุดิบแบบเอเชีย ก็ต้องไปร้านเอเชียเท่านั้น 

ส่วนผสม
1. ตะไคร้ หั่นขนาดพอประมาณ แล้วทุบให้มันแตก
2. หอมแดง ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด
3. ใบมะกรูด ล้างให้สะอาด ฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆ
4. มะเขือเทศ ล้างแล้วหั่นขนาดพอประมาณ
5. พริกแดง ล้างแล้วหั่นพอประมาณเช่นกัน  แต่ถ้าชอบกินเผ็ดมากก็หั่นละเอียดไปเลย



6. ปลาแซลมอล (แอบเซ็งไม่ได้ถ่ายรูปไว้ T_T)
7. เห็ดแชมปิยอง
8. เครื่องปรุงรสต่างๆ ได้แก่ น้ำปลา มะนาว



วิธีทำแบบคร่าวๆ

เนื่องจากตอนทำ หิวมากจึงไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย จึงไม่มีรูปประกอบ
ขั้นแรก ก็ตั้งน้ำให้เดือด  เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ตะไคร้ พริก และใบมะกรูด ต้มจนกว่าน้ำแกงจะหอม  จากนั้นใส่เนื้อปลาแซลมอนลงไป อย่าคน เพราะปลาอาจจะเละ และแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ระหว่างนี้ก็คอยช้อนฟองออกไปด้วย น้ำแกงจะได้ใส  เมื่อปลาสุกแล้ว ให้ใส่เห็ด  หอมแดง และมะเขือเทศเป็นอย่างสุดท้าย  เติมน้ำปลาลงไป ต้มซักพัก แต่อย่านานเกินไป  เมื่อผักสุกแล้ว ก็ปิดเตาแก๊สได้เลย

จากนั้นให้บีบมะนาวซักประมาณครึ่งลูกลงในชาม แล้วจึงตักต้มปลาใส่ คนให้เข้ากันแล้วชิมดู  หากขาดรสชาติใดไปก็สามารถปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบ


พร้อมแซ่บกันได้ ปลาแซลมอลที่มีมันแทรกอยู่นิดๆ ยิ่งอร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว  เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย จะทำเป็นต้มยำไก่ก็ได้นะ


ใช้เวลาอัพซะนานเชียว  แต่ก็เอาเหอะจะได้ไม่ลืมว่าทำอะไรไปบ้าง
จริงๆแล้วเราคิดว่า อาหารเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น  อะไรต้องใส่ก่อนหรือหลัง  มันมีความละเอียดของมันอยู่  แต่ให้กินแบบยุ่งยากทุกวันเราก็ว่าไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ที่มีเวลาว่างๆ ก็น่าจะโอเค คนเราไม่ควรหมกหมุ่นกับการกินมากเกินไป


ถ้าเอาความละเอียดในการทำอาหาร ไปใช้กับการทำแลบหรือทำงานก็น่าจะไม่เลวนะเรา ^___^   หวังว่าคงจะทำได้

Donnerstag, 21. Juni 2012

Das Essen อาหารการกินของเรา

ช่วงนี้อยากกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้ง  เพราะอยากจะบันทึกประสบการณ์ต่างระหว่างที่อยู่เยอรมัน  โดยเฉพาะเรื่องอาหาร   ซึ่งช่วงที่เรียนภาษาเป็นช่วงที่เรามีโอกาสได้ลองทำอาหารหลายๆอย่าง  โดยสูตรอาหารก็หาตามอินเตอร์เน็ต    หากมีเวลาและอุปกรณ์พร้อม เราก็อยากจะทำให้เหมือนสูตรมากที่สุด  แต่ถ้าขาดบางอย่างไปก็ไม่เป็นไร  ก็ต้องประยุกต์ไปตามส่วนผสมที่หาได้


ก่อนที่เราจะเรียนภาษาที่ Köln เราก็กินครัวซองกับนมเป็นอาหารเช้าเกือบทุกวัน  แต่ตั้งแต่มาเรียนภาษาเราก็พยายามกินอาหารเช้าแบบที่คนเยอรมันทั่วไปทานกัน ก็คือมื้อเช้าแบบที่มี Brotchen  แม้ว่าตอนแรกเราจะรู้สึกไม่ชอบอาหารแบบนี้เลย  แต่เราคิดว่าหากเรามิกซ์แอนด์แมทช์ให้มันเข้ากัน  มันก็อร่อยดีนะ  แต่ถ้ากินทุกเช้าก็เบื่อเหมือนกัน  (=__=)  เพราะงั้นเราควรจะลองทาน Brotchen หลายๆแบบ  แล้วดูว่าเราชอบแบบไหน  และใช้เวลาพอสมควรจนกว่าจะได้แบบที่ชอบ



อาหารเช้าแบบทั่วๆไป

สิ่งที่ควรจะมีในมื้อเช้าแต่ละมื้อมีอะไรบ้าง ก็ต้องมีขนมปัง (das Brotchen) มีผักสลัด หรือ มะเขือเทศ (die Tomate) มาการีน (die Magarine) ชีสสด (der Frischkäse) สำหรับทาขนมปัง (ถ้าไม่ทาพวกเนยหรือมาการีนกับ Brotchen เลย  มันจะฝืดจนแทบกลืนไม่ลง) แล้วก็พวกของที่เอาไว้ใส่เป็นไส้ก็เป็นเนื้อต่างๆ เช่น แฮม ซาลามี ตลอดจนชีสแบบต่างๆ  แต่ที่เราชอบมากก็คือ  ปลาแซลมอลรมควัน  ถึงแม้จะแพงไปนิด  แต่กินแล้วมีความสุขมาก   นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้ก็กาแฟยามเช้าที่ช่วยให้การกินมื้อเช้ามีความสุขมากขึ้น (^__^)





เนื่องจากวันเสาร์ที่ผ่านมาไปทำบุญที่วัดมา นอกจากจะได้ทำบุญแล้ว  ยังมีกับข้าวกลับมาอีกด้วย  เราเอาหมกหม้อกลับมา  อร่อยมากเลยทีเดียว  คิดว่าจะต้องหัดทำให้ได้  จึงต้องโพสต์รูปไว้กันลืม  แต่เนื่องจากกับข้าวแค่อย่างเดียวไม่สามารถยาไส้เราได้  จึงต้องต้มไข่   แค่เหยาะน้ำปลาลงไปก็อร่อยแล้ว








วันจันทร์ที่ผ่านมาไม่มีอารมณ์ทำอาหารเป็นเรื่องเป็นราว  เลยใช้หมูที่เกือบจะบูดผสมแป้งและเครื่องแกงนิดหน่อยทอดเพื่อกินกับสลัด  เข้ากันได้ดีทีเดียว   นอกจากนี้เรายังลองทำ Kartoffeln salat เป็นครั้งแรก  ซึ่งทำไม่ยากเลย  แค่ต้มมันฝรั่งประมาณ 15 นาที  จากนั้นปอกเปลือก ใช้ช้อนตัดและบดเล็กน้อย  จากนั้นก็ผสม Salat Mayonnaise และ Kräuterlinge ลงไปก็ได้แล้ว





แต่ในช่วงบรรยากาศบอลยูโรเช่นนี้  อาหารที่ดีต้องดื่มคู่กับเบียร์ประจำเมือง Köln นั่นก็คือ Kölsch รสชาติบางเบาซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ  แต่เราชอบเพราะรู้สึกว่ามันไม่ขมดี  ดื่มได้เรื่อยๆ






เอนทรีหน้าพบกับการทำกับข้าวเมนูอร่อยๆของเราได้จ้า



Mittwoch, 6. Juni 2012

ไปกินขาหมูเยอรมันที่ Essen กันเถอะ

ได้มีโอกาสไปลิ้มรสอาหารเยอรมันต้นตำรับ นั่นก็คือ  ขาหมูเยอรมันและซี่โครงหมูย่าง ร้านนี้อยู่ที่เมือง Essen ชื่อร้าน Der Löwe ที่แปลว่า สิงโต  ใช้เวลาเดินจาก Essen Hauptbahnhof   ถึงร้านประมาณ 10 นาที  ร้านนี้มีอาหาร Bayern ต้นตำรับหลากหลายเมนูให้เลือกลิ้มลอง


ขาหมูเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด




ซี่โครงหมูย่าง
 

อาหารทั้งหมดที่สั่งมา

ต้องกินแกล้มกับเบียร์ดำถึงจะครบเครื่องแบบ Bayern 




สำหรับรสชาติและบรรยากาศของร้านนี้เราให้ 4 ดาว เพราะขาหมูอร่อย  บรรยากาศชิว เหมาะแก่การกินและสนทนากับเพื่อนฝูง  อีกทั้งพนักงานที่เราเจอก็น่ารัก  ถึงแม้เราจะพูดเยอรมันไม่ได้แต่ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี   มีร้านอาหารเยอรมันแบบเดียวกันที่อร่อยกว่านี้อยู่ในเมือง Wuppertal แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา



แต่ไม่เป็นไร  งั้นต้องหาเรื่องไป Wuppertal เสียแล้ว ^___^