Freitag, 22. Juni 2012

มาทำแกงกะหรี่กับต้มยำปลาแซลมอนกันเถอะ (^__^)

เนื่องจากคอร์สเรียนภาษาของเราเรื่มเรียนตั้งแต่ 8.45 - 13.00 น. เราจึงมักจะใช้เวลาช่วงบ่ายไปหาซื้อของจาก Supermarkt มาทำกับข้าวกินตอนเย็น  สัปดาห์ที่ผ่านมาไป  เราไปได้ของดีจากร้านเอเชียมา นั่นก็คือ แกงกะหรี่ก้อนนำเข้าจากญี่ปุ่น  เราก็เลยมีโอกาสได้ลองทำแกงกะหรี่เองเป็นครั้งแรก  ที่มาของสูตรเราได้มาจาก Blog ของคุณเต่าญี่ปุ่นจาก Bloggang และสูตรจาก  www.duetdiary.com    ใครที่สนใจรายละเอียด  ให้ไปเสิร์ชดูเอาเองนะคะ


มาดูกันดีกว่าว่า  ทำแกงกะหรี่ต้องใช้อะไรบ้าง

1. มันฝรั่ง ให้ปอกเปลือกและหั่นขนาดพอดีคำ  
2. แครอท  ปอกเปลือกและหั่นให้พอดีคำเช่นกัน  แต่ควรหั่นให้มีขนาดเล็กกว่ามันฝรั่ง เพราะแครอทจะสุกยากกว่ามันฝรั่ง  เมื่อต้มเสร็จทั้งแครอทและมันฝรั่งจะได้สุกพร้อมๆกัน
3. หัวหอมใหญ่  ปอกเปลือกและล้างให้สะอาด จากนั้นให้หั่นเป็น 8 ซีกให้มีขนาดใกล้เคียงกัน
4. แอปเปิ้ล  ปอกเปลือกและใช้มีดหั่นซอยเป็นชิ้นเล็กๆ  ปริมาณแอปเปิ้ลที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ทำชอบกินหวานมากแค่ไหน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ


5. เนื้อที่ใช้จะเป็นหมูหรือเนื้อวัวก็ได้  เราใช้หมูส่วนที่เรียกว่า chop (das Kotelett) ก็คือเนื้อหมูทั่วไป แต่เราจะหมักหมูด้วยซีอิ๊วขาว และเติมแป้งมันลงไปเล็กน้อย  แล้วก็แช่ตู้เย็นทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก่อนนำมาผัด


6. ก้อนทำแกงกะหรี่นำเข้าจากญี่ปุ่น  หากใช้ไม่หมดในครั้งแรก ควรใส่ตู้เย็นเพื่อเก็บไว้ใช้ในครั้งต่อไป


7. นมสด




เมื่อเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็มาลงมือทำกันเลย ^__^

ขั้นแรก

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกว่าๆ เมื่อน้ำมันร้อน จึงใส่หัวหอมใหญ่ ผัดลงกับน้ำมันให้ทั่วจนหอม แล้วจึงใส่หมูลงไป  ผัดหมูกับน้ำมันจนสุก (อย่าให้ถึงขนาดสุกจนเกรียม) จากนั้นก็ใส่แครอทและมันฝรั่งเป็นอย่างสุดท้าย  คลุกส่วนผสมทุกอย่างกับน้ำมันให้ทั่ว

ขั้นที่สอง

ให้ย้ายส่วนผสมทั้งหมดจากกระทะลงหม้อ  เติมน้ำประมาณ 450 มิลลิลิตรและเติมน้ำประมาณ 50 มิลลิลิตรลงไปในหม้อ  ใส่แอปเปิ้ลสับลงไป  ให้ต้มโดยใช้ความร้อนปานกลาง  จากนั้นจึงใช้ไฟอ่อน  ระหว่างนี้ควรช้อนฟองที่เป็นสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปเรื่อยๆ ด้วย เมื่อส่วนผสมทุกอย่างสุกได้ที่  ก็ให้ปิดเตา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ความร้อนลดลงเล็กน้อย 
 


 ขั้นที่สาม  เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก  คือการใส่ก้อนแกงกะหรี่ ควรหั่นหรือบี้ให้เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงไปในแกงและคนจนกว่าจะละลาย  ให้ชิมว่าได้รสชาติที่พอใจแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่เข้มข้นพอให้เติมก้อนแกงลงไปจนกว่าจะได้รสชาติที่พอใจ




สุดท้าย เปิดเตาอีกครั้ง จากนั้นก็ให้เคี่ยวไปเรื่อยๆ และที่สำคัญควรหมั่นคนบ่อยๆ เพื่อที่แกงของเราจะได้ไม่ไหม้หรือหม้อนั่นเอง 
 

สุดท้ายเราก็ได้แกงกะหรี่สุดอร่อย ที่ทำได้ง่ายๆ
 

เข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ 


 คราวนี้มาทำต้มยำปลาแซลมอลดีกว่า

ความจริงมันก็ได้มีความพิเศษเหนือต้มยำปลาอะไร  ก็คือเหมือนต้มยำปลาทั่วไป  แต่ที่เยอรมัน เราจะหาซื้อปลาแซลมอลได้ง่ายมากตาม Supermarkt ทั่วไป  ส่วนวัตถุดิบแบบเอเชีย ก็ต้องไปร้านเอเชียเท่านั้น 

ส่วนผสม
1. ตะไคร้ หั่นขนาดพอประมาณ แล้วทุบให้มันแตก
2. หอมแดง ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด
3. ใบมะกรูด ล้างให้สะอาด ฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆ
4. มะเขือเทศ ล้างแล้วหั่นขนาดพอประมาณ
5. พริกแดง ล้างแล้วหั่นพอประมาณเช่นกัน  แต่ถ้าชอบกินเผ็ดมากก็หั่นละเอียดไปเลย



6. ปลาแซลมอล (แอบเซ็งไม่ได้ถ่ายรูปไว้ T_T)
7. เห็ดแชมปิยอง
8. เครื่องปรุงรสต่างๆ ได้แก่ น้ำปลา มะนาว



วิธีทำแบบคร่าวๆ

เนื่องจากตอนทำ หิวมากจึงไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย จึงไม่มีรูปประกอบ
ขั้นแรก ก็ตั้งน้ำให้เดือด  เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ตะไคร้ พริก และใบมะกรูด ต้มจนกว่าน้ำแกงจะหอม  จากนั้นใส่เนื้อปลาแซลมอนลงไป อย่าคน เพราะปลาอาจจะเละ และแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ระหว่างนี้ก็คอยช้อนฟองออกไปด้วย น้ำแกงจะได้ใส  เมื่อปลาสุกแล้ว ให้ใส่เห็ด  หอมแดง และมะเขือเทศเป็นอย่างสุดท้าย  เติมน้ำปลาลงไป ต้มซักพัก แต่อย่านานเกินไป  เมื่อผักสุกแล้ว ก็ปิดเตาแก๊สได้เลย

จากนั้นให้บีบมะนาวซักประมาณครึ่งลูกลงในชาม แล้วจึงตักต้มปลาใส่ คนให้เข้ากันแล้วชิมดู  หากขาดรสชาติใดไปก็สามารถปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบ


พร้อมแซ่บกันได้ ปลาแซลมอลที่มีมันแทรกอยู่นิดๆ ยิ่งอร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว  เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย จะทำเป็นต้มยำไก่ก็ได้นะ


ใช้เวลาอัพซะนานเชียว  แต่ก็เอาเหอะจะได้ไม่ลืมว่าทำอะไรไปบ้าง
จริงๆแล้วเราคิดว่า อาหารเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น  อะไรต้องใส่ก่อนหรือหลัง  มันมีความละเอียดของมันอยู่  แต่ให้กินแบบยุ่งยากทุกวันเราก็ว่าไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ที่มีเวลาว่างๆ ก็น่าจะโอเค คนเราไม่ควรหมกหมุ่นกับการกินมากเกินไป


ถ้าเอาความละเอียดในการทำอาหาร ไปใช้กับการทำแลบหรือทำงานก็น่าจะไม่เลวนะเรา ^___^   หวังว่าคงจะทำได้

2 Kommentare:

  1. ความละเอียดของวิธีทำแปรผกผันกับระดับความหิว
    แต่เธอเขียนละเอียดดีนะ กลับมาทำตามได้ง่ายและก็คงอร่อยเช่นเดิม

    มันน่ากินทุกอย่างเลยแก เห็นแล้วน้ำลายยืดอ่ะ

    AntwortenLöschen
    Antworten
    1. ใช่มั้ย พูดอีกก็ถูกอีกแก ^__^

      Löschen