ความตั้งใจที่จะอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่เลย เลยคิดว่าเมื่อมีเวลาว่างจริงๆ ค่อยอัพแล้วกัน ไม่อยากกดดันตัวเองว่าต้องอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอ เพราะเรารู้ธรรมชาติของตัวเราดีว่ายิ่งเรากดดันตัวเอง ยิ่งเครียดและกลายเป็นว่าไม่อยากจะทำเสียเลยทีเดียว
วันนี้แอบซุ่มซ่ามไปทำแก้วเบียร์แตก แตกคามือเลยทีเดียว ดีที่แก้วมันไม่ตกใส่หัว เลือดออกออกนิดหน่อย เราไม่ค่อยรู้สึกกลัวหรือสยองเท่าไหร่เวลาที่เห็นเลือด อาจเป็นเพราะว่าดูหนังสยองขวัญเลือดสาดบ่อยๆ จนคิดว่าเลือดไหลแค่นี้มันเล็กน้อยมาก นอกจากนี้บางทีเราก็ชอบดูวิดีโออสุภะ ซึ่งบางคนขยะแขยงเสียจนไม่กล้าดู แต่เรากลับคิดว่าดีเสียอีกรู้สึกปลง บางทีคนเราก็แปลกนะ ให้ความสำคัญกับเนื้อหนังที่ห่อหุ้มเลือด เครื่องใน และโครงกระดูก มากจนเกินควร ทั้งที่ตอนตายแล้วสภาพศพไม่มีความสวยงามหลงเหลืออยู่หรอก ต่อให้ตอนมีชีวิตอยู่จะงดงามมากแค่ไหนก็ตาม ตอนตาย สภาพศพเป็นอย่างไรบ้าง ขึ้นอืด หนอนไชยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ยิ่งถ้าตายโหงด้วยอุบัติเหตุละก็ยิ่งสยอง ต่อให้รักมากแค่ไหนก็กอดกันไม่ลงหรอก
การตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร เราคิดว่าการที่คนเราระลึกถึงความตายบ้างจะทำให้เราไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท ชีวิตของคนจะว่าไปแล้วมันก็เปราะบางเหมือนแก้ว มีความแตกสลายได้อย่างง่ายดาย บางทีเราก็รู้สึกนะว่าไม่ได้กลัวตายอะไร แต่เรามักจะจินตนาการว่าถ้าเราตายไปจริงๆ คนที่เค้าอยู่เบื้องหลังเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ พ่อกับแม่คงแทบหัวใจสลาย ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะให้ลูกจากโลกนี้ไปก่อนตน อีกทั้งเพื่อนพี่น้องคนรอบๆตัวที่รักเราอีกมากมาย และกว่าเราจะเติบโตได้ขนาดนี้ต้องใช้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า น้ำมัน แม้แต่หนังสือก็ทำมาจากต้นไม้น้อยใหญ่ไม่รู้ต่อกี่ต้น แล้วเราจะยอมตายง่ายๆโดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนบุญุคุญของสิ่งต่างๆที่หล่อเลี้ยงเรามาอย่างนั้นน่ะหรือ
เราไม่ยอม! เราต้องดูแลตัวเองให้ดี คอยระมัดระวังไม่เอาตนเองไปทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป และยังต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกิน เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ไปให้นานที่สุด และได้ทำหน้าที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม ดูแลพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้คนที่ต่างเคยช่วยเหลือเรา หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับเราก็ตาม หากเราอยู่ในฐานะที่พอจะทำอะไรให้คนอื่นได้ก็ควรทำ
ที่สำคัญสุดเราต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนให้สมบูรณ์ และบรรลุจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือการละกิเลสโดยสิ้นเชิง ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกินในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสื่งยั่วเย้ามากมาย แต่เราก็ไม่อยากที่จะถอดใจ เราดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ซึ่งแค่นี้ก็เป็นความโชคดีอย่างล้นพ้นของชีวิต เราเคยได้ยินว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก และการที่ได้มาพบกับศาสนาพุทธก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าชาติหน้าจะได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือเปล่า แต่ในเมื่อปัจจุบันเราเป็นมนุษย์เราต้องทำปัจจุบันให้ดีสุด จะได้ไม่เสียชาติเกิด (เพิ่งมาเข้าใจความหมายของประโยคนี้ตอนที่เราศึกษาพระพุทธศาสนาเรื่องนี้อย่างจริงจัง)
ดังนั้นเราขอใช้บล็อกนี้เตือนใจตัวเองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรารู้ตัวดีเสมอว่าหน้าที่ทางโลกเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้บางครั้งจะไม่อยากแต่ก็ต้องทำ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือหน้าที่ทางธรรมะที่จะต้องทำควบคู่กันไป เรานึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสเสมอที่ว่า ธรรมะคือหน้าที่ เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับหน้าที่ทางโลกได้ เราจะเดินไปสู่ทางที่เราตั้งใจ แม้มันจะช้าหรือยาวนานก็ตามบางทีการเดินทาง เราควรจะหยุดและศึกษาสิ่งรอบข้างเพื่อให้ได้ประสบการณ์ ถึงแม้มันจะใช้เวลานานกว่าการตั้งใจเดินทางโดยไม่หยุดพัก แต่เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ดังสุภาษิตไทยที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม (Langsam, aber sicher)
ใช่อย่างที่แกว่าเลยเนอะ
AntwortenLöschenเตือนสติชั้นด้วยเหมือนกันนะเนี่ย