Montag, 2. Juli 2012

จุดมุ่งหมายของชีวิตเรา

ความตั้งใจที่จะอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่เลย  เลยคิดว่าเมื่อมีเวลาว่างจริงๆ ค่อยอัพแล้วกัน   ไม่อยากกดดันตัวเองว่าต้องอัพบล็อกอย่างสม่ำเสมอ  เพราะเรารู้ธรรมชาติของตัวเราดีว่ายิ่งเรากดดันตัวเอง  ยิ่งเครียดและกลายเป็นว่าไม่อยากจะทำเสียเลยทีเดียว


วันนี้แอบซุ่มซ่ามไปทำแก้วเบียร์แตก แตกคามือเลยทีเดียว ดีที่แก้วมันไม่ตกใส่หัว  เลือดออกออกนิดหน่อย  เราไม่ค่อยรู้สึกกลัวหรือสยองเท่าไหร่เวลาที่เห็นเลือด  อาจเป็นเพราะว่าดูหนังสยองขวัญเลือดสาดบ่อยๆ  จนคิดว่าเลือดไหลแค่นี้มันเล็กน้อยมาก   นอกจากนี้บางทีเราก็ชอบดูวิดีโออสุภะ  ซึ่งบางคนขยะแขยงเสียจนไม่กล้าดู  แต่เรากลับคิดว่าดีเสียอีกรู้สึกปลง  บางทีคนเราก็แปลกนะ ให้ความสำคัญกับเนื้อหนังที่ห่อหุ้มเลือด เครื่องใน และโครงกระดูก มากจนเกินควร   ทั้งที่ตอนตายแล้วสภาพศพไม่มีความสวยงามหลงเหลืออยู่หรอก  ต่อให้ตอนมีชีวิตอยู่จะงดงามมากแค่ไหนก็ตาม  ตอนตาย สภาพศพเป็นอย่างไรบ้าง ขึ้นอืด หนอนไชยั้วเยี้ยเต็มไปหมด  ยิ่งถ้าตายโหงด้วยอุบัติเหตุละก็ยิ่งสยอง  ต่อให้รักมากแค่ไหนก็กอดกันไม่ลงหรอก


การตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร   เราคิดว่าการที่คนเราระลึกถึงความตายบ้างจะทำให้เราไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท   ชีวิตของคนจะว่าไปแล้วมันก็เปราะบางเหมือนแก้ว  มีความแตกสลายได้อย่างง่ายดาย  บางทีเราก็รู้สึกนะว่าไม่ได้กลัวตายอะไร  แต่เรามักจะจินตนาการว่าถ้าเราตายไปจริงๆ คนที่เค้าอยู่เบื้องหลังเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ  พ่อกับแม่คงแทบหัวใจสลาย  ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะให้ลูกจากโลกนี้ไปก่อนตน  อีกทั้งเพื่อนพี่น้องคนรอบๆตัวที่รักเราอีกมากมาย  และกว่าเราจะเติบโตได้ขนาดนี้ต้องใช้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า น้ำมัน แม้แต่หนังสือก็ทำมาจากต้นไม้น้อยใหญ่ไม่รู้ต่อกี่ต้น  แล้วเราจะยอมตายง่ายๆโดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนบุญุคุญของสิ่งต่างๆที่หล่อเลี้ยงเรามาอย่างนั้นน่ะหรือ


เราไม่ยอม!  เราต้องดูแลตัวเองให้ดี  คอยระมัดระวังไม่เอาตนเองไปทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป  และยังต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกิน เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ไปให้นานที่สุด และได้ทำหน้าที่ต่างๆ อย่างเหมาะสม ดูแลพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้คนที่ต่างเคยช่วยเหลือเรา  หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับเราก็ตาม หากเราอยู่ในฐานะที่พอจะทำอะไรให้คนอื่นได้ก็ควรทำ


ที่สำคัญสุดเราต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนให้สมบูรณ์  และบรรลุจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา  คือการละกิเลสโดยสิ้นเชิง  ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกินในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสื่งยั่วเย้ามากมาย  แต่เราก็ไม่อยากที่จะถอดใจ  เราดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย  อยู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา  ซึ่งแค่นี้ก็เป็นความโชคดีอย่างล้นพ้นของชีวิต  เราเคยได้ยินว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก  และการที่ได้มาพบกับศาสนาพุทธก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน  เราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าชาติหน้าจะได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือเปล่า  แต่ในเมื่อปัจจุบันเราเป็นมนุษย์เราต้องทำปัจจุบันให้ดีสุด จะได้ไม่เสียชาติเกิด (เพิ่งมาเข้าใจความหมายของประโยคนี้ตอนที่เราศึกษาพระพุทธศาสนาเรื่องนี้อย่างจริงจัง)


ดังนั้นเราขอใช้บล็อกนี้เตือนใจตัวเองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรารู้ตัวดีเสมอว่าหน้าที่ทางโลกเป็นสิ่งที่ต้องทำ  แม้บางครั้งจะไม่อยากแต่ก็ต้องทำ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือหน้าที่ทางธรรมะที่จะต้องทำควบคู่กันไป  เรานึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสเสมอที่ว่า ธรรมะคือหน้าที่ เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับหน้าที่ทางโลกได้  เราจะเดินไปสู่ทางที่เราตั้งใจ  แม้มันจะช้าหรือยาวนานก็ตามบางทีการเดินทาง เราควรจะหยุดและศึกษาสิ่งรอบข้างเพื่อให้ได้ประสบการณ์  ถึงแม้มันจะใช้เวลานานกว่าการตั้งใจเดินทางโดยไม่หยุดพัก  แต่เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย  ดังสุภาษิตไทยที่ว่า    ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม (Langsam, aber sicher)

1 Kommentar:

  1. ใช่อย่างที่แกว่าเลยเนอะ

    เตือนสติชั้นด้วยเหมือนกันนะเนี่ย

    AntwortenLöschen